ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร

ไข้หวัดใหญ่ คือ โรคติดเชื้อไวรัสไข้หวัด ที่ติดต่อได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งปนเปื้อนเชื้อ อาการมักเริ่มรวดเร็ว เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เจ็บคอ และไอแห้ง โรคนี้อาจหายได้เองในคนที่ร่างกายแข็งแรง แต่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม หรือเสียชีวิต

ตอนที่ 1 : อาการไข้หวัดใหญ่ที่ต้องสังเกตและไม่ควรมองข้าม

ตอนที่ 2 : ไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันได้อย่างไร

ตอนที่ 3 : ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจากไข้หวัดใหญ่

ตอนที่ 4 : วิธีป้องกันและรักษาไข้หวัดใหญ่

ตอนที่ 5 : สรุป

อาการไข้หวัดใหญ่ที่ต้องสังเกตและไม่ควรมองข้าม

ไข้หวัดใหญ่

อาการทั่วไปที่พบบ่อย

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน: โดยทั่วไปอุณหภูมิจะสูงกว่า 38°C และรู้สึกหนาวสั่น
  • ปวดเมื่อยตามตัว: รู้สึกปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงและปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลียมาก: รู้สึกหมดแรง ไม่มีเรี่ยวแรง ซึ่งมักจะรุนแรงกว่าการเป็นไข้หวัดธรรมดา
  • ไอและเจ็บคอ: มักจะเริ่มด้วยอาการไอแห้งๆ และเจ็บคอ
  • คัดจมูกและมีน้ำมูก: แม้จะเป็นอาการที่พบในไข้หวัดธรรมดา แต่ในไข้หวัดใหญ่ก็พบได้เช่นกัน

อาการรุนแรงที่ต้องระวัง

  • หายใจลำบากหรือหายใจสั้น: รู้สึกเหนื่อยหอบ หายใจไม่ทัน หรือหายใจมีเสียง
  • เจ็บหน้าอก: มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อไอหรือหายใจเข้า
  • เวียนศีรษะอย่างรุนแรง: รู้สึกวิงเวียนศีรษะตลอดเวลา หรือไม่สามารถทรงตัวได้
  • ไข้สูงไม่ลดลง: ไข้ไม่ลดลงหลังจากผ่านไป 3-4 วัน แม้จะรับประทานยาลดไข้แล้วก็ตาม
  • อาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง: อาการไข้และไอเริ่มดีขึ้นแล้วกลับมาแย่ลงอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะปอดอักเสบ
  • สับสนหรือซึม: โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ หากมีอาการสับสน หมดสติ หรือไม่ตอบสนอง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล เลขเด็ดงวดนี้

ไข้หวัดใหญ่ติดต่อกันได้อย่างไร

ช่องทางการแพร่เชื้อ

การแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยในอากาศ (Droplet Transmission)

  • เมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือแม้กระทั่งพูดคุย จะมีละอองฝอยขนาดเล็กที่มีเชื้อไวรัสกระจายออกมาในอากาศ
  • ละอองฝอยเหล่านี้สามารถลอยอยู่ในอากาศและเข้าสู่ร่างกายของผู้อื่นทางจมูก ปาก หรือดวงตาได้โดยตรง

 

การแพร่เชื้อจากการสัมผัส (Contact Transmission)

  • เชื้อไวรัสสามารถเกาะอยู่บนพื้นผิวสิ่งของต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรศัพท์มือถือ หรือผ้าเช็ดหน้า
  • หากคุณสัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสอยู่ แล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า จมูก หรือปาก ก็จะทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้

ระยะเวลาในการแพร่เชื้อ

ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนที่จะเริ่มมีอาการ และจะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีก 3-7 วัน หลังจากอาการป่วยเริ่มขึ้น

  • ในผู้ใหญ่: ระยะแพร่เชื้อจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 วันหลังจากมีอาการ
  • ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง: อาจแพร่เชื้อได้นานกว่า 7 วัน

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจาก ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย

  • ปอดอักเสบ (Pneumonia): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและอันตรายที่สุด มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่ร่างกายหลังจากภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อาการที่ต้องระวังคือ ไข้สูง หนาวสั่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก และไอมีเสมหะ
  • ไซนัสอักเสบและหูชั้นกลางอักเสบ: เกิดจากการที่ไวรัสทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนอักเสบ และนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียในภายหลัง ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณโพรงจมูกและหู
  • หลอดลมอักเสบ (Bronchitis): การติดเชื้อไวรัสที่หลอดลม ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง และมีเสมหะ

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและอันตราย

  • กล้ามเนื้อหัวใจและสมองอักเสบ: แม้จะพบได้น้อย แต่เป็นภาวะที่รุนแรงมาก ไวรัสไข้หวัดใหญ่อาจเข้าสู่กระแสเลือดและไปทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหรือสมองเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 
  • ภาวะหายใจล้มเหลว: โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้มีโรคปอดเรื้อรัง การติดเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น จนนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลว
  • การกำเริบของโรคประจำตัว: ไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้อาการของโรคประจำตัว เช่น หอบหืด, ถุงลมโป่งพอง, เบาหวาน หรือโรคหัวใจแย่ลงได้ เลขเด็ดงวดนี้

วิธีป้องกันและรักษา ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่

วิธีป้องกัน

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและความรุนแรงของโรค ควรฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าฤดูฝนหรือฤดูหนาว
  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากสัมผัสกับพื้นผิวสาธารณะ เพื่อกำจัดเชื้อไวรัสที่อาจปนเปื้อนอยู่
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: พยายามอย่าใช้มือที่ไม่ได้ล้างสัมผัสตา จมูก หรือปาก เพราะเป็นช่องทางที่เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
  • สวมหน้ากากอนามัย: สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า หรือขนส่งสาธารณะ
  • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง: รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การรักษาและดูแลผู้ป่วย

  • ปรึกษาแพทย์ทันที: หากมีอาการสงสัยว่าเป็นไข้หวัดโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและอาจได้รับยาต้านไวรัส ซึ่งจะได้ผลดีที่สุดหากได้รับภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะร่างกายจะได้มีเวลาฟื้นตัวและต่อสู้กับเชื้อไวรัส
  • ดื่มน้ำมากๆ: ดื่มน้ำเปล่า, น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มอุ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ใช้ยาลดไข้และบรรเทาอาการ: สามารถใช้ยาบรรเทาอาการตามอาการได้ เช่น ยาลดไข้และยาแก้ปวด (เช่น พาราเซตามอล) และยาแก้ไอ ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา
  • อยู่บ้านและแยกตัวจากผู้อื่น: เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อให้คนรอบข้าง ควรหยุดเรียนหรือหยุดงานจนกว่าอาการจะดีขึ้น
  • ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ: เกิดจากเชื้อไวรัส ยาปฏิชีวนะใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่จำเป็นไม่ช่วยรักษาไข้หวัดใหญ่และอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้

สรุป

เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายทางอากาศ ติดต่อได้ง่ายจากการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย มีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ เจ็บคอ ไอ และอ่อนเพลีย อาจรุนแรงในเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว การป้องกันทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วย และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง